ชื่อหน่วยการเรียนรู้  หน่วยที่ 2.   ประเภทของวงดนตรี
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
ศ.2.1 ม.5/2
จำแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีทั้งไทยและสากล

MUSIC online
ศ32101
จัดทำโดย นายพีระพงษ์   ตรีศาสตร์

วงดนตรีไทย คือ วงดนตรีที่นำเอาเครื่องดนตรีไทยหลาย ๆ ชนิดมาผสมกันเป็นวงดนตรีเพื่อบรรเลงในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะการผสมวงดนตรีไทยครูบาอาจารย์ได้ปรับปรุงและพัฒนามาตลอดภายใต้หลักการว่าเครื่องดนตรีที่นำมาใช้ต้องมีเสียงกลมกลืนกัน เมื่อบรรเลงจะเกิดความไพเราะ น่าฟัง และได้จัดวงในขนาดต่าง ๆ  ตั้งแต่ขนาดเล็กโดยใช้ผู้บรรเลงเพียง 2 คน จนถึงวงดนตรีขนาดใหญ่มีผู้บรรเลงกว่า 20 คน ปัจจุบันมีผู้คิดเครื่องดนตรีไทยมาบรรเลงเป็นวงขนาดใหญ่มากมีผู้บรรเลงนับร้อยคนเรียกว่า วงมหาดุริยางค์ไทย วงดนตรีไทยในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ วงปี่พาทย์ วงเครื่องสายและวงมโหรี



ประเภทของวงดนตรีไทย
1.วงเครื่องสาย คือ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีและเครื่องดีดเป็นส่วนมากโดยมีเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นส่วนประกอบ วงเครื่องสายจะมีเสียงเบา ไพเราะ นุ่มนวล เหมาะที่จะใช้บรรเลงภายในอาคารบ้านเรือน และเหมาะที่จะใช้บรรเลงในงานมงคลทั่ว ๆ ไป ได้แก่ งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น วงเครื่องสายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ วงเครื่องสายไทย วงเครื่องสายผสม และวงเครื่องสายปี่ชวา
  วงเครื่องสายไทยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ได้พัฒนาเป็นวงเครื่องสายที่ชัดเจนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี่เอง ปัจจุบันวงเครื่องสายไทยแบ่งออกเป็น
1.1 วงเครื่องสายวงเล็ก (เครื่องเดี่ยว) เป็นวงดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีที่บรรเลงเพื่อดำเนินทำนองและตีประกอบจังหวะอย่างละ 1 ชิ้น ประกอบด้วย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยเพียงออ โทนมโหรี รำมะนาและฉิ่ง
1.2 วงเครื่องสายเครื่องคู่ วงเครื่องสายเครื่องคู่ในวงดนตรีที่พัฒนามาจากวงเครื่องเครื่องสายวงเล็กโดยเพิ่มเครื่องดนตรีในส่วนที่เป็นเครื่องดำเนินทำนองจาก 1 ชิ้น เป็น 2 ชิ้น แต่เครื่องตีประกอบจังหวะยังคงใช้อย่างละ 1 ชิ้น ดังนี้



1.3 วงเครื่องสายผสมเป็นวงดนตรีที่นำเอาเครื่องดนตรีของต่างชาติเข้ามาร่วมบรรเลงในวงเครื่องสายไทย เช่น ไวโอลิน ออร์แกน ขิม หรือเปียโน จึงเรียกชื่อว่า วงเครื่องสายผสม การเรียกชื่อวงเครื่องสายผสม ให้เรียกว่า วงเครื่องสายผสมแล้วต่อด้วยเครื่องดนตรีชนิดที่นำมาผสม เช่น ถ้านำออร์แกนเข้ามาผสม ต้องเรียกว่า วงเครื่องสายผสมออร์แกน หรือถ้านำขิมมาผสม เรียกว่า วงเครื่องสายผสมขิม เป็นต้นการนำเอาเครื่องดนตรีมาผสมอาจผสมในวงเครื่องสายวงเล็กหรือเครื่องสายเครื่องคู่ก็ได้



1.5 วงเครื่องสายปี่ชวา เป็นวงดนตรีที่เกิดจากการนำวงดนตรีสองวง ได้แก่วงเครื่องสายและวงกลองแขกมาผสมกัน เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในสมัยนั้นจะเรียกวงเครื่องสายที่ผสมวงกลองแขกนั้นว่าวงกลองแขกเครื่องใหญ่ แต่ได้มีการปรับปรุงเครื่องดนตรีบางชนิดตามความเหมาะสม วงเครื่องดนตรีปี่ชวา ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังนี้

2. วงมโหรี เป็นวงที่เกิดจากการผสมกัน ระหว่างวงปี่พาทย์และวงเครื่องสาย ตัดเครื่องดนตรีทีมีเสียงดังออก ย่อขนาดเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์
ให้มีขนาดเล็กลงและเพิ่มซอสามสาย วงมโหรีเป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีครบทุกประเภท คือ ดีด สี ตี เป่า แบ่งตามขนาด ดังนี้  
          
 1.วงมโหรีวงเล็ก ประกอบด้วย ระนาดเอกมโหรี ฆ้องวงใหญ่มโหรี จะเข้ ซอสามสาย ซออู้ ซอด้วง ขลุ่ยเพียงออ โทน รำมะนา ฉิ่ง

        2.1.วงมโหรีวงเล็ก ประกอบด้วย ระนาดเอกมโหรี ฆ้องวงใหญ่มโหรี
       จะเข้ ซอสามสาย ซออู้ ซอด้วง ขลุ่ยเพียงออ โทน รำมะนา ฉิ่ง

2.2. วงมโหรีเครื่องคู่ ประกอบด้วย จะเข้ 2 ตัว ซอสามสาย ซอสามสายหลีบ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ซออู้ 2 คัน ซอด้วง 2 คัน ขลุ่ยหลีบ ขลุ่ยเพียงออ โทน รำมะนา ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ โหม่ง


2.3. วงมโหรีเครื่องใหญ่ ประกอบด้วย จะเข้ 2 ตัว ขลุ่ยหลีบ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยอู้ ซออู้ 2 คัน ซอด้วง 2 คัน ซอสามสาย 2 คัน ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก โทน รำมะนา ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง
2.6.วงมโหรีเครื่องแปดมีผู้เฒ่าเล่าว่าในราวสมัยรัชกาลที่ 1 ของก รุงรัตนโกสินทร์ ได้มีผู้คิดเพิ่มเครื่องดนตรีอีก 2 ชนิด คือ ระนาดไม้ และ ระนาดแก ้ว มีผู้ชำนาญดนตรีบางคนเห็นว่า ระนาดแก้ว นั้นเดิมน่าจะเป็นคำเรียกระนาดไม้อย่างเล็กท ี่มโหรีเล่นแต่มีผู้คิดทำระนาดด้วยแก้วจริงๆขึ้นในภายหลัง ระนาดแก้วจึงมิได้เป็นของใช้กันเป็นสามัญด ้วยเหตุที่ว่าเสียงไม่ไพเราะและแตกหักง่าย
                         ที่มา http://www.patakorn.com
2.5.วงมโหรีเครื่องสี เกิดจากการการประสมกันระหว่างการบรรเลงพิณและการขับไม้ ปรากฏครั้งแรกในสมัยอยุธยา มีเครื่องดนตรี 4 ชนิดดังนี้. โทน  ซอสามสาย กระจับปี่ กรับพวง
                          ที่มา http://th.wikipedia.org/


3.วงปี่พาทย์  เป็นวงดนตรีไทยที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี และมีปี่ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าร่วมบรรเลงด้วย ตามหลักฐานปรากฏว่าวงปี่พาทย์มีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมีการวิวัฒนาการมาตลอดจนถึงทุกวันนี้วงปี่พาทย์เป็นวงดนตรีประเภทที่ถือ ว่ามีความเป็นมาตรฐานสามารถบรรเลงได้ครบถ้วน กว้างขวางมากกว่าวงดนตรีประเภทอื่น ๆ
ลักษณะการผสมวงและขนาดของวงดนตรีปี่พาทย์
วงปี่พาทย์มีลักษณะการผสมวงและขนาดของวงโดยแบ่งตามลักษณะ และจำนวนของเครื่องดนตรีที่ใช้ ดังนี้
3.1.วงปี่พาทย์ไม้แข็ง เป็นวงปี่พาทย์สามัญที่ใช้สำหรับบรรเลงประกอบการแสดงและประโคมทั่วไป สาเหตุที่เรียกว่า วงปี่พาทย์ไม้แข็ง เพราะว่าระนาดเอกเวลาบรรเลงจะตีด้วยไม้ระนาดที่เรียกว่าไม้แข็ง เวลาตีจะมีเสียงดังมาก แกร่งกร้าว กังวาน ส่วนขนาดของวงปี่พาทย์หลักในการผสมวงจะแบ่งออกเป็น 3 ขนาดได้แก่
3.2. วงปี่พาทย์เครื่องห้า เป็นวงปี่พาทย์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ประกอบด้วย เครื่องดนตรีไทยชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ระนาดเอก 1 ราง ฆ้องวงใหญ่ 1 วง ปี่ใน ตะโพน กลองทัด และฉิ่ง
3.3. วงปี่พาทย์เครื่องคู่ เป็นวงปี่พาทย์ขนาดกลาง ลักษณะของการผสมวงจะมีการจัดเครื่องดนตรีเป็นคู่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังนี้
    การผสมวง ปี่พาทย์เครื่องใหญ่ในปัจจุบัน นิยมใช้ปี่เพียงหนึ่งเลาเท่านั้น คือ ปี่ใน ส่วนเครื่องกำกับจังหวะที่นอกเหนือไปจากฉิ่ง เช่น ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ กรับ และโหม่ง จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้แล้วแต่โอกาสในการบรรเลง ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น การบรรเลงประกอบการแสดงนาฏศิลป์ หรือลิเก การบรรเลงโหมโรงเช้า หรือโหมโรงเย็น มักใช้ ฉาบใหญ่ ตีกำกับจังหวะในการบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ด้วย
นอกจากนี้ การจัดวงดนตรีไทยไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีประเภทใดก็ตาม เวลาจัดวงจะจัดเครื่องดนตรีประเภทที่มีเสียงสูง หรือเสียงแหลมอยู่ทางด้านขวาของผู้บรรเลง ส่วนเครื่องดนตรีที่มีเสียงต่ำหรือเสียงทุ้ม จะถูกจัดอยู่ทางด้านซ้ายของผู้บรรเลง
วงปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงดนตรีที่มีลักษณะการจัดวงและขนาดเหมือนกับวงปี่พาทย์สามัญ ส่วนที่แตกต่างไปจากวงปี่พาทย์สามัญ คือ การใช้ปี่ชวาแทนปี่ในและปี่นอก ใช้กลองมลายูแทนตะโพนและกลองทัด วงปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงดนตรีไทยที่ใช้สำหรับบรรเลงในงานศพเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่เรียกว่าวงปี่พาทย์นางหงส์ เพราะว่าบทเพลงที่เป็นหลักในการบรรเลงคือ เพลงนางหงส์ ในปัจจุบันนี้ไม่นิยมใช้วงปี่พาทย์นางหงส์ แต่จะใช้วงปี่พาทย์มอญบรรเลงแทน
วงปี่พาทย์ประกอบการขับเสภา เป็นวงดนตรีไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะการผสมวงและขนาดเหมือนกับวงปี่พาทย์ สามัญทุกประการแต่จะใช้กลองสองหน้า บรรเลงแทนตะโพนและกลองทัด ทั้งนี้เนื่องจากเป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการขับเสภาเพียงอย่างเดียว ไม่มีการบรรเลงบทเพลงหน้าพาทย์แต่อย่างใด
วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ เป็นวงปี่พาทย์ที่สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงปรับปรุงขึ้น เพื่อใช้สำหรับบรรเลงประกอบการแสดงละคร ซึ่งเป็นละครที่เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ปรับปรุงขึ้น โดยได้แบบอย่างมาจาก โอเปรา (Opera) ของยุโรป และนำมาแสดงรับแขกเมืองเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2442 ที่โรงละครดึกดำบรรพ์ ด้วยเหตุที่เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครที่โรงละครดึกดำบรรพ์ จึงได้ชื่อว่า วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ไปด้วย ในปัจจุบันมีโอกาสรับฟังได้ยาก และมีโอกาสใช้น้อย ส่วนมากจะใช้วงปี่พาทย์ไม้นวมบรรเลงแทน เครื่องดนตรีที่ใช้ผสมวงประกอบด้วย
วงปี่พาทย์ไม้นวม เป็นวงปี่พาทย์ที่มีลักษณะการจัดวงและขนาดของวงเหมือนกับวงปี่พาทย์สามัญทุก ประการ แต่มีส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่
            1. ใช้ขลุ่ยเพียงออแทนปี่
            2. เพิ่มซออู้ เพื่อให้วงดนตรีมีเสียงนุ่มนวลขึ้น
            3. ระนาดเอกและระนาดเหล็กใช้ไม้นวมตี
วงปี่พาทย์มอญ มีลักษณะการจัดวงและขนาดเหมือนกับวงปี่พาทย์สามัญของไทย เพียงแต่ใช้เครื่องดนตรีของชาวรามัญมาผสมเป็นวง และแบ่งเป็น 3 ขนาด ได้แก่  วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ และวงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ ปัจจุบันนิยมใช้บรรเลงในงานศพเท่านั้น เครื่องดนตรีที่ใช้ในการผสมวงแต่ละขนาดมีดังนี้
วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า ประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ ดังนี้
                     1)ปี่มอญ 1 เลา
                     2)ระนาดเอก 1 ราง                                    
                     3)ฆ้องมอญวงใหญ่ 1 ราง
                     4)ตะโพนมอญ 1 ใบ
                     5)เปิงมางคอก 1 ชุด
                     6)ฉิ่ง 1 คู่
วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ ประกอบด้วยเครื่อง
               ดนตรีชนิดต่าง ๆ ดังนี้
                     1)ปี่มอญ 1 เลา
                     2)ระนาดเอก 1 ราง
                     3)ระนาดทุ้ม 1 ราง
                     4)ฆ้องมอญวงใหญ่ 1 วง
                     5)ฆ้องมอญวงเล็ก 1 วง
                     6)ตะโพนมอญ 1 ใบ
                     7)เปิงมางคอก 1 ชุด
                     8)โหม่ง 3 ใบ
                     9)ฉิ่ง 1 คู่
                    10)ฉาบเล็ก 1 คู่

วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ ดังนี้
                    1)ปี่มอญ 1 เลา
                    2)ระนาดเอก 1 ราง
                    3)ระนาดทุ้ม 1 ราง
                    4)ระนาดเอกเหล็ก 1 ราง
                    5)ระนาดทุ้มเหล็ก 1 ราง
                    6)ฆ้องมอญวงใหญ่ 1 วง
                    7)ฆ้องมอญวงเล็ก 1 วง
                    8)ตะโพนมอญ 1 ใบ
                    9)เปิงมางคอก 1 ชุด
                    10)โหม่ง 3 ใบ
                    11)ฉิ่ง 1 คู่
                    12)ฉาบเล็ก 1 คู่
                    13)ฉาบใหญ่ 1 คู่
                    14)กรับ 1 คู่
ประเภทของวงดนตรีสากล
วงดนตรีสากล คือวงดนตรีที่นำเอาเครื่องดนตรีหลายชนิดมาเล่นรวมกัน เพื่อให้เกิดวงดนตรีประเภทต่าง ๆ ตามที่ต้องการใช้ในโอกาสต่าง ๆ วงดนตรีมีหลายประเภทหลายชนิด ซึ่งมีลักษณะและโอกาสในการบรรเลงที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น  9 ประเภท
1.วงซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Symphony Orchestra)
คนไทยเรียกว่า วงดุริยางค์ เป็นวงดนตรีสากลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เครื่องดนตรีและผู้เล่นดนตรีจำนวนมาก อาจมีผู้บรรเลงถึง 120 คน วงดุริยางค์นับว่าเป็นวงดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีครบทุกประเภท การจัดวงจะมีความพิถีพิถันมาก มีการเลือกใช้เครื่องดนตรีที่มีคุณภาพ นักดนตรีที่มีฝีมือเยี่ยม ผู้อำนวยเพลงที่มีความรู้ความสามารถในการบรรเลง มีความเคร่งครัดต่อระเบียบหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ผลการบรรเลงแต่ละครั้งจึงมีคุณภาพและคุณค่ามาก วงดุริยางค์
                      วงดุริยางค์จะแบ่งออกเป็น 3 ขนาด ได้แก่
                       1. วงขนาดเล็ก มีผู้บรรเลง 40 - 60 คน
                       2. วงขนาดกลาง มีผู้บรรเลง 60 - 80 คน
                       3. วงขนาดใหญ่ มีผู้บรรเลง 80 - 120 คน
เครื่องดนตรีที่ใช้ในการผสมวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าหรือวงดุริยางค์ ประกอบด้วย

1.เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย (The String instruments) ได้แก่ ไวโอลิน(Violin) วิโอล่า (Viola) วิโอลอนเชลโล (Violon Cello) ดับเบิ้ลเบส (Double Bass) และฮาร์พ (Harp)
2.เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ (The Woodwind instruments) ได้แก่ ฟลุต (Flute) คลาริเนต (Clarinet) โอโบ (Oboe) และบาสซูน (Barsoon)
3. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมโลหะหรือพวกแตร (The Brass instruments) ได้แก่       เฟรนช์ฮอร์น (French Horn) ทรัมเป็ต (Trumpet) ทรอมโบน (Trombone) และทูบา (Tuba)

4. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีหรือเครื่องกระทบ (The Percussion  instruments) ได้แก่ กลองทิมฟานี (Timpani) กลองเล็ก (Snair Drum) กลองใหญ่ (Bass Drum) และฉาบ(Symbals)
5.เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลิ่มนิ้วหรือคีย์บอร์ด (The Keyboard instruments) ได้แก่ เปียโน (piano)

3.วงแชมเบอร์มิวสิค (Chamber Music)
เป็นวงดนตรีสากลขนาดเล็ก เป็นการจัดวงเพื่อบรรเลงกันเองในบ้านระหว่างเครือญาติและเพื่อนฝูง บทเพลงที่ใช้บรรเลงมักเป็นเพลงคลาสสิค และหลังจากการบรรเลงแล้วมักมีอาหารเลี้ยงอีกด้วย เครื่องดนตรีที่ใช้มีทั้งเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายและเครื่องเป่า การบรรเลงใช้ผู้บรรเลงตั้งแต่ 2 คน ถึง 9 คน
      วงดนตรีประเภทนี้จะเรียกชื่อวงแตกต่างกันไปตามจำนวนของผู้บรรเลง และชนิดหรือประเภทของเครื่องดนตรี ดังนี้

                            จำนวนผู้บรรเลง (คน)ชื่อวงดนตรี
                          2 > ดูโอ (Duo) หรือ ดูเอท (Duet)
                          3 > ทรีโอ (Trio)
                          4 > ควอเทต (Quartet)
                          5 > ควินเทต (Quintet)
                          6 > เซกส์เทต (Sextet)
                          7 > เซพเทต (Septet)
                          8 > อ็อกเทต (Octet)
                          9 > โนเทต (Notet)

    การเรียกชื่อวงแชมเบอร์แต่ละขนาด ต้องเรียกชื่อ ชนิด หรือประเภทของเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงก่อน แล้วตามด้วยจำนวนผู้บรรเลง เช่น ไวโอลินดูโอ (Violin Duo) สตริงควอเทต (String Quartet) วูดวินท์ทรีโอ (Woodwind Trio) วินท์ควอเทต (Wind Quartet) เป็นต้น
    วงแชมเบอร์มิวสิคปัจจุบันนิยมใช้บรรเลงในงานที่เป็นทางการหรืองานเลี้ยงต่าง ๆ บทเพลงที่ใช้บรรเลงก็ไม่ใช้เฉพาะเพลงคลาสสิคเท่านั้น นิยมใช้บทเพลงง่าย ๆ ทั่วไป
9.วงแตรวงชาวบ้าน
วงแตรวงชาวบ้าน เป็นวงดนตรีที่พบบ่อย ๆ ในชนบท ใช้บรรเลงในเทศกาลต่าง ๆ เช่น แห่นาค แห่กฐิน แห่ผ้าป่า แห่พระ เป็นต้น ตลอดจนการบรรเลงในงานศพ แตรวงชาวบ้านเป็นวงดนตรีขนาดเล็กจัดเครื่องดนตรีตามสภาพเท่าที่มี เครื่องดนตรีที่ใช้จะเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า ได้แก่ ทรัมเป็ต ทรอมโบน บาริโทน ยูโฟเนียม คลาริเนต แซกโซโฟน กลองใหญ่ และฉาบ เป็นต้น บทเพลงที่ใช้บรรเลงใช้ได้ทุกประเภท เช่น เพลงไทย เพลงมาร์ช เพลงร้องทั่ว ๆ ไป หรือเพลงสากล ส่วนมากเป็นเพลงที่มีความสนุกสนานที่จะให้ชาวบ้านได้ร่ายรำประกอบการแห่แหนไป


8. วงแตรวง (Brass Band)
วงแตรวง เป็นวงดนตรีประเภทซิมโฟนิคแบนด์หรือเป็นดนตรีเพื่อการฟัง ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมทองเหลือง หรือพวกแตรเป็นหลักในการบรรเลง และมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีช่วยเสริม บทเพลงที่ใช้บรรเลงสามารถบรรเลงได้ทุกประเภทเช่นเดียวกับวงโยธวาทิต เครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงประกอบด้วย
7.วงโยธวาทิต (Military Band)
วงโยธวาทิต เป็นวงดนตรีที่ผสมวงด้วยเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าเป็นหลัก แต่เดิมใช้ในกิจการทหาร ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ จะมีวงโยธวาทิตไว้บรรเลงประกอบกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการประกวดแข่งขันกันเป็นประจำ
6.  วงสตริง (String Band)
วงสตริง หมายถึง วงดนตรีขนาดเล็ก ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจมีเครื่องเป่าร่วมบรรเลงด้วย เช่น ทรัมเป็ตหรือแซกโซโฟน เป็นต้น วงสตริงได้รับความนิยมจากหมู่เยาวชนเป็นจำนวนมาก มีวงสตริงใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ตามสถาบันการศึกษา เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันนั้น ๆ ส่วนมากใช้บรรเลงเพื่อการฟัง เพื่อความสนุกสนานรื่นเริง และเพื่อความมันในอารมณ์ เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง ได้แก่
1)ออร์แกนไฟฟ้า หรืออิเล็กโทนหรือเครื่องสตริง
2)กีตาร์ไฟฟ้า
3)กีตาร์เบสไฟฟ้า
4)กลองชุด
5)เครื่องประกอบอื่น ๆ
4.วงแจ๊ส (Jazz Band)
วงดนตรีประเภทแจ๊สหรือตระกูลแจ๊สเกิดจากพวกทาสชาวนิโกร เมืองนิวออร์ลีน รัฐโอไฮโอ แถบฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปีประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากที่พวกเขาเหล่านั้นได้ถูกใช้งานเยี่ยงทาส ชาวผิวดำต้องทำงานหนักและถูกกดขี่ข่มเหงจากชาวผิวขาวอย่างหนัก เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานก็มารวมกลุ่มกันร้องรำทำเพลง ใช้เครื่องดนตรีง่าย ๆ เพื่อให้หายเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ จึงเกิดเป็นดนตรีแจ๊สขึ้น ต่อมาได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเกิดดนตรีแจ๊สขึ้นในหลายลักษณะ ได้แก่ บลูแจ๊ส (Blue Jazz) นิวออร์ลีนและดิ๊กซี่แลนด์สไตล์ (New Orlean and Dixieland Style) โมเดิ้ลสไตล์ (Modern Style) และป๊อปสไตล์ (Pop Style) เป็นต้น
2.วงแชมเบอร์ออร์เคสตร้า (Chamber Orchestra)
วงแชมเบอร์ออร์เคสตร้า เป็นวงดนตรีสากลขนาดเล็ก ซึ่งมีผู้บรรเลงตั้งแต่ 18 คน ถึง 40 คน การบรรเลงใช้เครื่องดนตรีครบทุกประเภท ส่วนเครื่องดนตรีที่เป็นหลักในการบรรเลงคือ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ลักษณะการจัดวงมีลักษณะเช่นเดียวกับวงดุริยางค์ หรือวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าทุกประเภท เพียงแต่มีขนาดของวงเล็กกว่าเท่านั้น



5.วงคอมโบ้ (Combo Band)
วงดนตรีสากลประเภทวงคอมโบ้ เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก มีเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงน้อยชิ้น ความจริงแล้วเป็นดนตรีที่ย่อส่วนหรือลดจำนวนเครื่องดนตรีมาจากวงดนตรีประเภทวงแจ๊สนั่นเองและบทเพลงที่ใช้บรรเลงก็ใช้เช่นเดียวกับวงแจ๊ส เหมาะที่จะใช้บรรเลงในงานต่าง ๆ มากมาย
คำถามประจำบทที่ 2
1.เครื่องดนตรีไทย แบ่งออกได้เป็น....ประเภท  อะไรบ้าง.....
2.เครื่องดนตรีสากล แบ่งออกได้เป็น...ประเภท  อะไรบ้าง.....
3.วงดนตรีที่เกิดชึ้นในสมัยสุโขทัย คือวงอะไรบ้าง.....
4.ซอสามสายที่เป็นซอคู่พระหัตถ์ในรัชกาลที่ 2 มีชื่อว่า......
5.ระนาดทุ่มสร้างขึ้นในรัชกาลที่.........
6.แซกโซโฟนที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่กี่ชนิด อะไรบ้าง.....
7.ฮาร์ป มีสายทั้งหมดกี่สาย.....
8.อังกะลุง นำเข้ามาเล่นในประเทศไทยในรัชกาลที่....
9.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระปรีชาสามารถเครื่องดนตรีสากลใดเป็นพิเศษ.....
10.บุคคลใดที่ได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งดนตรีสากลของไทย.....
การดนตรีไทยสมัยสุโขทัยมีปรากฎหลักฐานสำคัญใน "หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ 1" และหนังสือวรรณคดีเรื่อง "ไตรภูมิพระร่วง" พระราชนิพนธ์ในพระมหาธรรมราชาลิไท โดยข้อความสำคัญที่เกี่ยวกับดนตรีไทยจากหลักฐานทั้งสองอย่างได้กล่าวถึง เครื่องดนตรีไทยและการ
บรรเลงเป็นวงดนตรีไทยไว้อย่างชัดเจนทั้ง "เสียงพาทย์" กับ "เสียงพิณ" ซึ่งหมายถึง วงปี่พาทย์ และเครื่องดีดเครื่องสีที่มีพิณเป็นหลัก
ดังนั้น จากหลักฐานชิ้นสำคัญดังที่กล่าวมา ทำให้ทราบว่าเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงเป็นวงตามแบบแผนในสมัยสุโขทัยนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
วงแตร สังข์ เป็นเครื่องประโคมประกอบพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีสำคัญ ต่างๆ ประกอบไปด้วย สังข์ แตรยาว หรือเรียกว่า แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ไฉน กลองชนะ บัณเฑาว์และมโหรทึก
วงปี่พาทย์ คือ วงดนตรีที่ประกอบไปด้วยเครื่องตีและเครื่องเป่าและถือว่าเป็นวงดนตรีสำคัญ ของการดนตรีไทย โดยวงปี่พาทย์ในสมัยสุโขทัย เรียกว่า "วงปี่พาทย์เครื่องห้า" ได้รับอิทธิพลมาจากวงดนตรีที่มีชื่อว่า "ปัญจดุริยางค์" ของอินเดีย ซึ่งประกอบด้วยเครื่องตีและเครื่องเป่าที่ใช้ในการบรรเลง 5 อย่าง ได้แก่
- เครื่องที่มีรูกลวงภายในเป็นเครื่องเป่า
- เครื่องขึ้นหนังหน้าเดียว
- เครื่องขึ้นหนังสองหน้า
- เครื่องหุ้มหนังรอบตัว
- เครื่องที่เป็นแท่งทึบกระทบกันเป็นเสียง
โดยเครื่องดนตรีที่ประกอบในวงปี่พาทย์เครื่องห้าของไทยนั้น เป็นการนำเอาเครื่องดนตรีที่มีแต่เดิมแล้วมาผสมกันเพื่อให้ได้ลักษณะแบบแผน เช่นเดียวกับปัญจดุริยางค์ของอินเดียนั่นคือ ปี่ใน ฆ้องวง ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ซึ่งทั้งวงแตรสังข์และวงปี่พาทย์เครื่องห้าล้วนแล้วแต่อยู่ใน "เสียงพาทย์" ดังปรากฎในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงและไตรภูมิพระร่วง

ส่วน "เสียงพิณ" ที่หมายถึงเครื่องดนตรีประเภทสายและสีในสมัยสุโขทัย ก็คือ
พิณ เป็นเครื่องดนตรีที่มีสายและดีดให้เป็นเสียง ซึ่งพิณในสมัยสุโขทัยมีรูปร่างเหมือนกระจับปี่ในปัจจุบัน

นอกจากพิณที่มีลักษณะดังกล่าวแล้ว พิณน้ำเต้า (จากเขมร) และพิณเพี๊ยะ (ส่วนมากนิยมเล่นทางภาคเหนือ) ก็นับเป็นเครื่องดนตรีประเภทสายที่มีอยู่แล้วในสมัยสุโขทัย

ซอ ในสมัยสุโขทัยจะมีทั้งซอสามสาย ซอด้วงและซออู้

ข้อมูลที่มา  http://www.oknation.net/
                   เฉลยคำถามประจำบทที่ 2
1.เครื่องดนตรีไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท  อะไรบ้าง 1.ดีด 2.สี 3.ตี 4.เป่า
2.เครื่องดนตรีสากล แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท  อะไรบ้าง
   1.เครื่องเป่าทองเหลือง (brass
Instruments) 2.เครื่องเป่าลมไม้ (woodwind Instruments)3.เครื่องสาย (sting)
   4.เครื่องที่มีลิ่มนิ้วกด(Keyboard) 5. ภครื่องประกอบจังหวะ (
Percussion Instruments)
3.วงดนตรีที่เกิดชึ้นในสมัยสุโขทัย คือวงอะไรบ้าง ปี่พาทย์
เครื่องห้า
4.ซอสามสายที่เป็นซอคู่พระหัตถ์ในรัชกาลที่ 2 มีชื่อว่า ซอสายฟ้าฟาด
5.ระนาดทุ่มสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 6
6.แซกโซโฟนที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่กี่ชนิด อะไรบ้าง 4 ชนิด โซปราโน,อัลโต,เทนเนอร์,บาริโทนแซกโซโฟน
7.ฮาร์ป มีสายทั้งหมดกี่สาย 47 สาย
8.อังกะลุง นำเข้ามาเล่นในประเทศไทยในรัชกาลที่ 6
9.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระปรีชาสามารถเครื่องดนตรีสากลใดเป็นพิเศษ แซกโซโฟน
10.บุคคลใดที่ได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งดนตรีสากลของไทย พระเจนดุริยางค์